Menu

th en

 
 
A+ A A-

ข่าวประกาศ

ข่าวกรมเจ้าท่า ฉบับที่ 24/2557 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีร้องเรียนท่าดูดทรายในแม่น้ำโขง
(16-05-2557)

อธิบดีกรมเจ้าท่า (นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ) สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๗ สาขานครพนม ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีร้องเรียนมีท่าดูดทรายในแม่น้ำโขง บริเวณอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ตลิ่งทรุดและพังทลายในฤดูน้ำหลาก รวมทั้งการลักลอบดูดทรายของผู้ประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

                       จากกรณีที่มีผู้ใช้นามว่า “บุญสืบ (นครพนม)” ได้ร้องเรียนผ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2557 หน้า 6  ในคอลัมน์ “อ๊อด เทอร์โบ” ตอบสารพันปัญหา ให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่และท่าดูดทรายบริเวณแม่น้ำโขงอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ว่าเกิดขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
                        กรมเจ้าท่า ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ดูแล รักษาและขุดลอกร่องน้ำ ทางเรือเดิน แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบและทะเลภายในน่านน้ำไทย  ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖  โดยนายศรศักดิ์  แสนสมบัติ อธิบดี                   กรมเจ้าท่า  ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 สาขานครพนม  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน  โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557  นายวินัย  ช่างชำนาญหล่อ  ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบท่าทรายในแม่น้ำโขง ตลอดจนตรวจสอบหลักฐานในการขออนุญาตดำเนินการดูดทราย ซึ่งกระบวนการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ผู้ขออนุญาตดูดทรายต้องยื่นขออนุญาตกับคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย (กพด.) ก่อน   หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว จะต้องขออนุญาตขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดิน ตามระเบียบกรมเจ้าท่า  ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการขุดลอกเพื่อประกอบการอนุญาตให้ดูดทรายตามมาตรา 9  และหากผู้ประกอบการต้องทำทางลาดขนานกับชายตลิ่งเพื่อเป็นทางลำเลียงทราย ก็ต้องขออนุญาตให้ดำเนินการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำประเภทท่าเทียบเรือชนิดทางลาดในแม่น้ำโขงกับกรมเจ้าท่าด้วย    ข้อเท็จจริงปรากฏว่าการดำเนินการของผู้ประกอบการดูดทราย ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ประเภทท่าเทียบเรือชนิดทางลาดในแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดนครพนม จำนวนทั้งสิ้น 40 ราย โดยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอท่าอุเทน  ตามที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมี จำนวน 21 ราย  ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตฯ ประเภทท่าเทียบชนิดทางลาดในแม่น้ำโขง (ที่มีโครงสร้างเป็นวัสดุถม ได้แก่ ดิน ทราย กรวด และลูกรัง ใช้เป็นทางขึ้นลงทราย) เป็นการดำเนินการตามผลของคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัดนครพนม  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2555  ที่มีมติให้ไปดำเนินการขออนุญาตทำทางลาดขนานกับชายตลิ่งแม่น้ำโขงเพื่อเป็นทางลำเลียงทรายต่อสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครพนมให้ถูกต้อง ซึ่งในการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามประกาศกรมเจ้าท่าที่ 92/2553  ลงวันที่ 3 มีนาคม 2553 เรื่อง ลักษณะของอาคารและการล่วงล้ำลำแม่น้ำที่พึงอนุญาตได้ และปฏิบัติไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 63 ข้อ. 2 (5) โดยผู้ขออนุญาตทุกรายได้รับความเห็นชอบจากจังหวัดนครพนมว่า“ไม่เป็นอุปสรรคต่อแผนพัฒนาจังหวัด ผังเมือง และการรักษาสภาพแวดล้อม” โดยกรมเจ้าท่าได้นำเรื่องขออนุญาตเข้าสู่การพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง สิ่งปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 จึงได้ออกใบอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ “ประเภทท่าเทียบเรือชนิดทางลาดในแม่น้ำโขง” สำหรับในเขตพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จำนวน 21 ราย
                      นอกจากนี้ นายวินัย  ช่างชำนาญหล่อ  ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครพนม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ออกตรวจตราปราบปรามผู้ละเมิดกฎหมายและระเบียบกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัดอยู่ตลอดเวลาและต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการกับอำเภอเมืองนครพนม อำเภอธาตุพนม ,อำเภอท่าอุเทน ,อำเภอบ้านแพง, ตำรวจน้ำ, นรข.นครพนม, ตชด.นครพนม รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกันจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบดูดทรายจำนวนมาก  อาทิ  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภาค 4 (DSI) ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบดูดทราย จำนวน 2 ราย ในเขตอำเภอท่าอุเทน ได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน  ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2557 ได้บูรณาการร่วมกับนายอำเภอ      ธาตุพนม ตำรวจน้ำ , นรข.ธาตุพนม ออกตรวจตราปราบปราม บริเวณแม่น้ำโขง เขตอำเภอธาตุพนม ตรวจพบการกระทำความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ทำการเปรียบเทียบปรับอัตราสูงสุด เป็นจำนวน 10,000 บาท โดยได้นำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินแล้ว และล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2557  ออกตรวจตราปราบปราม บริเวณแม่น้ำโขงเขตอำเภอบ้านแพง  อำเภอท่าอุเทน  พบการกระทำความผิดทำการขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดิน โดยมิได้รับอนุญาตจาก “เจ้าท่า” เป็นความผิดตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2546 จำนวน 2 ราย ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน  สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีถึงที่สุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สำหรับเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของเจ้าท่าภูมิภาคสาขานครพนมมีถึง  3  จังหวัด  คือ  จังหวัดนครพนม  จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะในแม่น้ำโขง มีความยาวถึง  257  กิโลเมตร กอปรกับมีภารกิจเป็นจำนวนมาก อีกทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีเพียง  4 คน  จึงทำให้การตรวจตราปราบปรามผู้กระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช  2456  อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ ในความรับผิดชอบได้อย่างสม่ำเสมอ  แต่อย่างไรก็ตาม  หากตรวจพบผู้ฝ่าฝืนหรือกระทำการใดๆ ก่อนที่ได้รับอนุญาตจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย     
                       การดูดทรายในแหล่งน้ำสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือ            ในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖  ในมาตรา 120 ที่กำหนดให้เจ้าท่ามีหน้าที่ดูแล รักษาและขุดลอกร่องน้ำ ทางเรือเดิน แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบและทะเลภายในน่านน้ำไทย  โดยห้ามมิให้ผู้ใดขุดลอก แก้ไข หรือทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ ทางเรือเดิน แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบหรือทะเลภายในน่านน้ำไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าท่าผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาทและให้เจ้าท่าสั่งให้หยุดกระทำการดังกล่าว จึงขอความร่วมมือ    ไปยังพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และหากพบเห็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๗ สาขานครพนม  โทรศัพท์หมายเลข 0-4259-3234 หรือเจ้าท่าสายด่วน 1199 หรือที่ www.md.go.th      



เอกสารแนบ:


ข่าวฉบับที่ 24.2557 สำนักเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบดูดทราย 1.pdf