Menu

th en

 
 
A+ A A-

ข่าวประกาศ

ข่าวกรมเจ้าท่า ฉบับที่ 58/2561 กรมเจ้าท่า ชี้แจงกรณีนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
(12-11-2561)

        ตามที่ได้มีการเสนอข่าวในประเด็นเกี่ยวกับการใช้ระยะเวลานานถึง ๕ ปี ในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม การดำเนินการกู้เรือฟีนิกซ์ ความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมเจ้าท่านั้น กรมเจ้าท่า จึงขอชี้แจงในประเด็นต่างๆ ดังนี้
        ๑. การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย 
            
            การดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม เป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ทำลายล้างทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้เป็นการทำประมงที่เหมาะสมกับจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำ ทำให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศทางทะเลและเป็นการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรสิ่งมีชีวิตทางทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหลายหน่วยงาน และกรมเจ้าท่าเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย โดยรับผิดชอบในการบริหารจัดการกองเรือประมง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่แท้จริงของประเทศไทย ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่าได้ดำเนินมาตรการที่หลากหลาย อาทิ การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องการปรับปรุงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเรือประมงกับหน่วยงานที่ร่วมกันในการแก้ไขปัญหา การปรับปรุงระบบการสืบค้นข้อมูลให้สามารถตรวจสอบข้อมูลเรือประมงได้อย่างรวดเร็ว และการตรวจสอบย้อนกลับจำนวนเรือประมงในพื้นที่เพื่อยืนยันความถูกต้องของฐานข้อมูล ซึ่งจากการดำเนินการทั้งหมดทำให้ปัจจุบันสามารถทราบจำนวนเรือประมงพาณิชย์ที่มีอยู่ทั้งหมดของประเทศไทย  
            
            นอกจากมาตรการข้างต้น กรมเจ้าท่ายังนำมาตรการด้านกฎหมาย โดยทำการห้ามจดทะเบียนเรือประมงชั่วคราวเป็นระยะเวลา ๒ ปี และปรับปรุงพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. ๒๔๘๑ ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนเรือ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยมีการบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมให้เจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ การกำหนดหลักเกณฑ์การจดทะเบียนเรือที่มีความรัดกุม ป้องกันการนำเรือประมงอื่นมาจดทะเบียนซ้อน เป็นต้น แม้มาตรการด้านกฎหมายจะเป็นมาตรการที่เคร่งครัดและเกิดผลกระทบต่อเจ้าของเรือประมง แต่การกำหนดดังกล่าวทำให้การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก และเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเจ้าของเรือ ก่อนการบังคับใช้กฎหมายใหม่ๆ ทุกครั้ง กรมเจ้าท่า จะทำการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางให้กลุ่มเป้าหมายทราบเป็นการล่วงหน้า รวมทั้งมีการกำหนดให้มีมาตรการอุทธรณ์การบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติมไว้ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเจ้าของเรือประมงหรือผู้ครอบครองเรือประมง

        ๒. กรณีการอับปางของเรือฟีนิกซ์
            ก่อนการจดทะเบียนเรือและการออกใบอนุญาตใช้เรือครั้งแรกให้กับเรือทุกลำ กรมเจ้าท่าจะดำเนินการตรวจเรือให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับการตรวจเรือฉบับที่เกี่ยวข้องตามประเภทการใช้เรือ ซึ่งในกรณีของเรือฟีนิกซ์ที่มีประเภทการใช้บรรทุกคนโดยสาร มีการตรวจสอบความแข็งแรงของตัวเรือและอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำเรือโดยเจ้าพนักงานตรวจเรือ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้โดยกฎข้อบังคับการตรวจเรือ (ฉบับที่ ๑๗)  พ.ศ. ๒๕๕๓ ก่อนการจดทะเบียนเรือและการออกใบอนุญาตใช้เรือ 
            สำหรับกรณีการกู้เรือฟีนิกซ์อับปางมีอุปสรรคที่สำคัญ คือ จุดที่เรือฟีนิกซ์อับปางเป็นบริเวณที่มีกระแสใต้ผิวน้ำที่ไหลแรง และมีความลึกระดับ ๔5 เมตร ประกอบกับเป็นช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้กู้เรือฟีนิกซ์ขึ้นสู่ผิวน้ำไม่เป็นตามแผนที่กำหนดไว้ โดยในปัจจุบันสามารถทำการตั้งซากเรือฟีนิกซ์ให้อยู่ในสภาพที่ง่ายต่อการเคลื่อนจากจุดที่จม ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างรอเรือเครนขนาดใหญ่ที่เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์มาทำการยกเรือขึ้นสู่ผิวน้ำ และเมื่อดำเนินการกู้เรือฟีนิกซ์เรียบร้อยแล้ว จะทำการส่งมอบให้พนักงานสอบสวนนำเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุการอับปางของเรือฟีนิกซ์ ต่อไป

        ๓. ความไม่โปร่งใสในการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
            ๓.๑ การอนุญาตให้ใช้เรือขนาดใหญ่เป็นคลังเก็บก๊าซในทะเล เป็นการอนุญาตให้นำเรือบรรทุกก๊าซปิโตเลียมเหลว (LPG) ขนาดใหญ่จอดทอดสมอเป็นคลังเก็บก๊าซในทะเล เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน ลดการผูกขาด ไม่ให้เกิดความขาดแคลนก๊าซปิโตเลียมเหลว (LPG) ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างคลังก๊าซปิโตเลียมเหลวบนบก ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยในการพิจารณาอนุญาตมีการพิจารณาในประเด็นเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานที่มีการกระทำในลักษณะเดียวกันในภูมิภาคอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำหนดให้มีแผนและมาตรการในการป้องกันเหตุ และบังคับให้บริษัทเจ้าของเรือต้องทำประกันภัยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นไว้ด้วย ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าไม่เคยทำการอนุญาตให้มีเรือเป็นคลังเก็บก๊าซในทะเลเป็นระยะเวลาเกินกว่า ๓ ปี 
            ๓.๒ การอนุญาตท่าเรือยอร์ชของเอกชนที่จังหวัดระยอง จากการตรวจสอบไม่มีการอนุญาตให้ก่อสร้างท่าเรือยอร์ชในพื้นที่หาดสุชาดา จังหวัดระยอง มีเพียงการอนุญาตให้ทำการก่อสร้างคานเรือ (ทางขึ้น – ลงเรือ) สำหรับใช้ปล่อยเรือที่ต่อสร้างของอู่ต่อเรือ ซึ่งในกรณีนี้จังหวัดระยองได้มีคำสั่งจังหวัดระยอง ที่  ๑๑๖๘๐/๒๕๖๑ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็น อันได้แก่ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเอกสารสิทธิในที่ดินแปลงที่ทำการก่อสร้างคานเรือ และการก่อสร้างคานเรือเป็นตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองหรือไม่ โดยหากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าการก่อสร้างคานเรือไม่เป็นตามที่ได้รับอนุญาต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองจะดำเนินการให้มีการดำเนินคดีทางอาญาและทำการรื้อถอนคานเรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป
            ๓.๓ การอนุญาตให้สร้างท่าเทียบเรือขนส่งก๊าซบริเวณแหลมใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม จากการตรวจสอบพบว่า ในการอนุญาตให้ก่อสร้างท่าเทียบเรือมีการจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย และมีการดำเนินการเป็นไปตามที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำกำหนดไว้ อย่างไรก็ตามต่อมาภายหลังมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่าการอนุญาตให้ก่อสร้างท่าเทียบเรืออาจไม่ถูกต้องตามประกาศเขตผังเมือง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้การหารือกระทรวงมหาดไทยว่าในการพิจารณาประเด็นเรื่องผังเมืองของคณะกรรมการจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นผู้มีหนังสือรับรองยืนยันว่าการก่อสร้างท่าเทียบเรือฯ ไม่ขัดต่อผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นการพิจารณาที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยผังเมืองหรือไม่
หากผลการหารือได้ผลที่ทำให้การพิจารณาอนุญาตเสียไป อันเนื่องจากเอกสารประกอบการพิจารณาที่ยื่นโดยผู้ขออนุญาตมีข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง กรมเจ้าท่าจะทำการเพิกถอนใบอนุญาตให้ก่อสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าวต่อไป 

        ๔. การดำเนินงานการบริหารจัดการงบประมาณ 
            กรมเจ้าท่ามีการปรับปรุงกระบวนการการดำเนินงานด้านงบประมาณให้มีความรวดเร็ว โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ นี้ มีรายการที่ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งสิ้น ๑๒๙ รายการ ปัจจุบันลงนามในสัญญาแล้ว จำนวน ๓๑ รายการ อยู่ระหว่างประกวดราคา จำนวน ๖๓ รายการ และอยู่ในระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดเฉพาะลักษณะของงาน (TOR) ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากขึ้นอีก ๓๕ รายการ ซึ่งในปี ๒๕๖๒ นี้ กรมเจ้าท่าคาดว่าจะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณได้เร็วกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมาอย่างแน่นอน


เอกสารแนบ:


ข่าวกรมเจ้าท่า ฉบับที่ 58.2561กรมเจ้าท่า ชี้แจงกรณีนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง .pdf