Menu

th en

 
 
A+ A A-

เขตท่าเรือศรีราชา

ประกาศกรมเจ้าท่า
ที่ 269/2541
เรื่อง ข้อกำหนดในการใช้เรือลากจูง (TUG BOAT) เขตท่าเรือศรีราชา

--------------------------------------

เพื่อให้การนำร่องเรือในเขตท่าเรือศรีราชาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัย และเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วย ข้อกำหนดหลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลเขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2541 กรมเจ้าท่าจึงให้ออกข้อหนด การใช้เรือลากจูง (TUG BOAT) เขตท่าเรือศรีราชาไว้ดังนี้

1. ท่าเทียบเรือในเขตท่าเรือศรีราชานอกอาณาบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง

    1.1 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ไม่เกิน 450 ฟุต (137.16 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาด ไม่น้อยกว่า 1,500 แรงม้า อย่างน้อย 1 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า
    1.2 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ไม่เกิน 451 ฟุต - 700 ฟุต (137.46 เมตร-213.36 เมตร) ในสภาพอากาศ ปกติให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,000 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่า
    1.3 เรือขนาดความยาวตลอดลำ 701 ฟุต (213.66 เมตร) ขึ้นไป ในสภาพอากาศปกติให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อย กว่า 2,500 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่า
    1.4 ในกรณีเรือเข้า-ออก ท่าสยามซีพอร์ตด้านใน เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 350 ฟุต - 750 ฟุต (106.68เมตร - 230.00 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,500 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่า

2. เรือเข้าและออกทุ่น THAI OIL SBM.

    2.1 เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,500 แรงม้า อย่างน้อย 4 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าผูกทุ่น และให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 3,000 แรงม้า อย่างน้อย 1 ลำ ช่วยในการนำเรือออกจากทุ่น
    2.2 เรือบรรทุกน้ำมันขนาดกลาง (LR) ความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ไม่เกิน 900 ฟุต(273.32 เมตร) ในสภาพอากาศ ปกติ.ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,500 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าผูกทุ่นและอย่างน้อย 1 ลำ ช่วยในการนำเรือออกจากผูกทุ่น

3. เรือเข้าและออกจากทุ่น THAI OIL CBM และ ESSO MBM. ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,500 แรงม้า จำนวน 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าผูกทุ่นหรือออกจากทุ่น

4. เรือเข้า - ออก ท่าเรือแหลมฉบัง

    4.1 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ไม่เกิน 400 ฟุต (121.92 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงชนิด FORE VOITH SCHNEIDER หรือ Z-PELLER  ขนาดไม่น้อยกว่า 1,600 แรงม้า อย่างน้อย 1 ลำ หรือเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 800 แรงม้า จำนวน 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่า
    4.2 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 401 ฟุต - 600 ฟุต (122.22 เมตร - 182.88 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,000 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรือออก จากท่า
    4.3 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 601 ฟุต - 750 ฟุต (183.18 เมตร - 228.60 เมตร) ในสภาพปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,500 แรงม้าและมี BOLLARD PULL ไม่น้อยกว่า 40 ตัน อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า
    4.4 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 751 ฟุต (228.90 เมตร) ขึ้นไป ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูง ชนิด FORE VOITH SCHNEIDER หรือ Z-PELLER ที่มีแรงม้าต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3,000 แรงม้า และมี BOLLARD PULL ไม่น้อยกว่า 40 ตัน อย่างน้อย 3 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่าในกรณี ที่ต้องกลับลำ หรืออย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือ เข้าเทียบท่าหรือออกจากท่าในกรณีที่ไม่ต้องกลับลำ

5. เรือที่มี BOW THRUSTER หรือ STERN THRUSTER จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของท่าเรือเท่านั้น และความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ BOW THRUSTER หรือ STERN THRUSTER เจ้าพนักงานนำร่อง จะไม่รับผิดชอบ

6. เรือที่มี BOW THRUSTER หรือ STERN THRUSTER เจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงานจะเป็นผู้พิจารณาจำนวน เรือลากจูงช่วยในการนำเรือ ตามขนาดแรงม้าของ THRUSTER และขนาดของเรือแต่จะต้องมีเรือลากจูงอย่างน้อย 1 ลำเรือที่มีความยาว ตลอดลำเกิน 751 ฟุต (228.96 เมตร) ให้ปฏิบัติตามข้อ 4.4

7. ในสภาพอากาศวิปริต มีคลื่นลมแรง หรือในสภาพอากาศปกติ ข้อกำหนดในการใช้เรือลากจูงช่วยในการนำเรือตาม ข้างต้น ให้เปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของนายเรือและเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงานโดยยึดถือความปลอดภัย เป็น ประการ สำคัญ

8. เรือที่ยากแก่การนำร่อง การกำหนด ชนิด ขนาดและจำนวนเรือลากจูงช่วยให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่อง ผู้ปฏิบัติงาน หรือหัวหน้าสำนักงานนำร่องศรีราชาเห็นสมควร

9. เรือเข้า - ออก ท่าเทียบเรือ ทุ่นผูกเรือ และอู่เรือที่มีข้อกำหนดในการใช้เรือลากจูงจำนวนมากกว่าข้อกำหนดนี้ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของท่าเทียบเรือ ทุ่นผูกเรือและอู่เรือนั้น ๆ

10. ในกรณีที่เจ้าพนักงานนำร่องใช้เรือลากจูง เพิ่มเติมจำนวนมากกว่าข้อกำหนดการใช้เรือลากจูงนี้ หรือข้อกำหนดของ ท่าเทียบเรือ ทุ่นผูกเรือ หรืออู่เรือใด เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ ตัวแทนเรือหรือเจ้าของเรือจะต้อง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น


จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

(ลงชื่อ) จงอาชว์ โพธิสุนทร
(นายจงอาชว์ โพธิสุนทร)
อธิบดีกรมเจ้าท่า