Menu

th en

 
 
A+ A A-

เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

ประกาศกรมเจ้าท่า
ที่ 436/2541
เรื่อง ข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง (Tug Boat)
เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดและเขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

-----------------------------

เพื่อให้การนำร่องในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดและเขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือ อุตสาหกรรมมาบตาพุด และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ พ.ศ.2541กรมเจ้าท่าจึงให้ออกข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง (Tug Boat) เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และเขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ไว้ดังนี้

1. เรือเข้า-ออก ท่าเทียบเรือเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และเขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ

   1.1 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.OA.) ไม่เกิน 300 ฟุต (91.11 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูง ขนาดไม่น้อยกว่า 600 แรงม้า อย่างน้อย 1 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่าหรืออกจากท่า
  1.2 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 301 ฟุต - 400 ฟุต (91.74 เมตร - 121.92 เมตร) ในสภาพอากาศ ปกติให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 600 แรงม้า จำนวน 2 ลำ หรือเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,400 แรงม้า อย่างน้อย 1 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า
  1.3 เรือขนาดความยาวลำ (L.O.A.) ตั้งแต่ 401 ฟุต - 700 ฟุต (122.22 เมตร - 213.40 เมตร) ในสภาพอากาศปกติให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,400 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า
  1.4 เรือขนาดความยาวตลอดลำ (L.O.A.) เกินกว่า 700 ฟุต (123.40 เมตร) และมีอัตรากินน้ำลึกเกินกว่า 32 ฟุต (9.80 เมตร) ในสภาพอากาศปกติ ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า 2,400 แรงม้า จำนวน 3ลำช่วยในการนำเรือ เข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า ถ้ามีอัตรากินน้ำลึกน้อยกว่า 32 ฟุต (9.80 เมตร)ให้มีเรือลากจูงขนาดไม่น้อยกว่า
       2,400 แรงม้า อย่างน้อย 2 ลำ ช่วยในการนำเรือเข้าเทียบท่า หรือออกจากท่า

2. เรือที่มี Bow Thruster และหรือ Stern Thruster จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของท่าเรือนั้นและความเสียหาย ใดๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ Bow Thruster และหรือ Stern Thruster เจ้าพนักงานนำร่องจะไม่รับผิดชอบ
3. เรือที่มี Bow Thruster และหรือ Stern Thruster เจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงานจะพิจารณาจำนวนเรือลากจูงช่วยในการนำเรือตามขนาดแรงม้าของ Thruster ขนาดของเรืออัตรากินน้ำลึกและลักษณะกระแสน้ำแต่จะต้องมีเรือลากจูงช่วยอย่างน้อย 1 ลำ
4. ในสภาพอากาศวิปริต มีคลื่นลมแรง หรือสภาพอากาศปกติ ในข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง (Tug Boat) ช่วยในการนำเรือตามข้างต้น ให้เปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของนายเรือและเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงานโดยยึดถือความปลอดภัยเป็นประการสำคัญ
5. เรือที่ยากแก่การนำร่อง หรือความยาวเกินขนาดของท่าเทียบ หรือความยาวเกินขนาดร่องน้ำหรืออัตรากินน้ำลึกข้อกำหนด ในระเบียบกรมเจ้าท่า การกำหนดชนิด ขนาดและจำนวนเรือลากจูงช่วยเหลือเข้า-ออก จากท่าเทียบหรือช่วยเหลือในร่องน้ำ ให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงาน หรือหัวหน้าสำนักงานนำร่องมาบตาพุดเห็นสมควร
6. เรือเข้า-ออก ท่าเทียบเรือใด ที่มีข้อกำหนดใช้เรือลากจูง (Tug Boat) จำนวนมากกว่าข้อกำหนดนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของท่าเทียบเรือนั้นๆ
7. ในกรณีเจ้าพนักงานนำร่องใช้เรือลากจูง (Tug Boat) เพิ่มเติมจำนวนมากกว่าข้อกำหนดการใช้เรือลากจูงนี้ หรือข้อกำหนดของท่าเทียบเรือ เพื่อความปลอดภัย และเหมาะสมกับสถานการณ์ ตัวแทนเรือหรือเจ้าของเรือ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น

ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2541

(ลงชื่อ).........................................................

(นายจงอาชว์ โพธิสุนทร)
อธิบดีกรมเจ้าท่า