Menu

th en

 
 
A+ A A-

เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา

ระเบียบกรมเจ้าท่า
ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาล
เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2541
......................

เพื่อให้การนำร่องในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2477 (ฉบับที่ 2) จึงออกระเบียบกรมเจ้าท่าเพื่อวางข้อกำหนดหลักเกณฑ์ การควบคุม และการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า "ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลเขตท่าเรือจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2541"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2541 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิก ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้             บริการนำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือจังหวัดสงขลาศรีราชา พ.ศ. 2534 ลงวันที่ 22                 เมษายน 2534
บรรดาระเบียบ ประกาศกรมเจ้าท่า และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4 ให้ผู้อำนวยการกองนำร่อง รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และโดยความเห็นชอบของอธิบดีกรมเจ้าท่า ให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ของกองนำร่องเพิ่มเติม เพื่อให้กิจการนำร่องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัย และเหมาะสมกับสภาพหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยพิจารณาถึงแนวทางปฏิบัติของสมาคมนำร่องสากล (IMPA) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ และไม่เป็นการขัด ระเบียบนี้

หมวด 1
ข้อกำหนดเกี่ยวกับเรือ

----------------------------------

ข้อ 5 ขนาดของเรือที่จะผ่านเข้าออก และเทียบท่า เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา ต้องมีขนาดของเรือ ดังต่อไปนี้

       5.1 เรือที่ผ่านเข้า - ออก ร่องน้ำท่าเรือจังหวัดสงขลา
             ยาวตลอดลำไม่เกิน 180.00 เมตร (590 ฟุต 7 นิ้ว)
             กว้างไม่เกิน 26.00 เมตร (85 ฟุต 4 นิ้ว)
             อัตรากินน้ำลึกสูงสุดไม่เกิน 7.50 เมตร (24 ฟุต 7 นิ้ว)
       5.2 เรือผ่านเข้า - ออกทะเลสาบสงขลา
             ยาวตลอดลำไม่เกิน 110.00 เมตร (360 ฟุต 11 นิ้ว)
             อัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 5.50 เมตร (18 ฟุต)
       5.3 ขนาดของเรือที่เข้าเทียบท่าใด ๆ ในเขตท่าเรือสงขลาให้เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกรมเจ้าท่า สำหรับท่านั้น ๆ
       5.4 สำหรับเรือที่จะเข้าจอดทอดสมอในเขตซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่อง ซึ่งไม่ผ่านเข้าร่องน้ำท่าเรือจังหวัดสงขลา ไม่จำกัดขนาดและอัตรากินน้ำลึก แต่ให้ถือเกณฑ์ความปลอดภัยเมื่อจอดทอดสมอแล้ว ต้องให้มีความลึกของน้ำใต้กระดูกงูเรือไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร หรือตามที่ผู้นำร่องพิจารณาเห็นสมควร

ข้อ 6 อัตรากินน้ำลึกของเรือ และตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER)
       6.1 ตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) กำหนดขึ้น เพื่อให้นำไปบวกกับสูงของน้ำทำนาย เกาะหนูตามมาตราน้ำของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ในแต่ละคราวที่จะนำเรือเข้า - ออกร่องน้ำได้เท่าใด ถือเป็นอัตรากินน้ำลึกของเรือลำนั้นที่อนุญาตให้ผ่านเข้า - ออกร่องน้ำเขตท่าเรือจังหวัดสงขลาได้ โดยกำหนดตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย(SAFETY ADDER) ไว้ + 5.80 เมตร สำหรับเรือทุกประเภททุกขนาดเรือที่ผ่านเข้า - ออกทะเลสาบไม่กำหนดตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) ในกรณีที่ทะเลมีคลื่นสมจัด ให้ลดตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) ลงมา 0.60 เมตร (2 ฟุต)และถ้าปรากฏว่าความลึกของร่องน้ำท่าเรือจังหวัดสงขลามาก หรือน้อยกว่าสภาพปัจจุบัน (7.30 เมตรจากระดับน้ำทะเลต่ำสุด LLW.) ให้ผู้อำนวยการกองนำร่องดำเนินการตามข้อ 4

      6.2 อัตรากินน้ำลึกของเรือทุกประเภททุกขนาด ขึ้นอยู่กับความสูงของน้ำทำนายเกาะหนู ตามมาตราน้ำของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือและนำมาคำนวณกับตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) ในแต่ละคราวที่จะนำเรือเข้า - ออกร่องน้ำ แต่ทั้งนี้ต้องมีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 7.50 เมตร (24 ฟุต 7 นิ้ว) และให้มีเวลาปฏิบัติการในร่องน้ำท่าเรือจังหวัดสงขลา ด้วยอัตรากินน้ำลึกไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

ข้อ 7 เรือใดที่มีขนาด หรืออัตรากินน้ำลึกเกินกว่าข้อกำหนดให้ผ่านร่องน้ำหรือเกินกว่าข้อกำหนด สำหรับท่าเทียบหรือที่จอดเรือใด ๆ หากจำเป็นต้องผ่านร่องน้ำหรือเข้า - ออกที่จอดที่ใดๆ ให้ขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่าเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงกระทำได้

ข้อ 8 ข้อกำหนดของเรือที่ยากแก่การนำร่อง
       8.1 เรือที่เครื่องจักร หรือเครื่องถือท้ายขัดข้อง ต้องใช้เรือลากจูง ให้หัวหน้าสำนักงานนำร่องสงขลา พิจารณาเป็นกรณีไปถ้าเรือยาวเกิน 91.44 เมตร (300 ฟุต) และอัตรากินน้ำลึกต้องไม่เกิน 6.09 เมตร (20 ฟุต) ให้จอดได้ไม่เกินท่าเรือน้ำลึก
       8.2 เรือลำเลียง (BARGE หรือ LIGHTER) ที่มีเรือลากจูง จะต้องจัดเรือลากจูงเข้าช่วยเหลือเพิ่มอีก 1 ลำ หรือมากกว่า(ถ้าหัวหน้าสำนักงานนำร่องสงขลาเห็นสมควร)
      8.3 เรือที่บังคับให้เคลื่อนเดินตรงทิศทางได้ยาก ต้องมีเรือลากจูงที่มีกำลังไม่ต่ำกว่า 1,500 แรงม้า ช่วยตั้งแต่จุดทอดสมอรอนำร่อง จนถึงที่ทอดจอดเรือ

ข้อ 9 ตำบลที่รับ-ส่งเจ้าพนักงานนำร่องขึ้น - ลงเรือและตำบลที่ทอดสมอรอนำร่อง
       9.1 ตำบลที่รับ - ส่งเจ้าพนักงานนำร่อง ขึ้น - ลงเรือ แลตติจูด 7 องศา 16 ลิปดา 00 ฟิลิปดาเหนือ ลองติจุด 100 องศา40 ลิปดา 00 ฟิลิปดา ตะวันออก
       9.2 ตำบลที่ทอดสมอรอนำร่อง ด้านเหนือทุ่นไฟปากร่องแนวน้ำลึก 15 เมตร
       9.3 ตำบลที่รับ - ส่งเจ้าพนักงานนำร่อง อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพดินฟ้า อากาศ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงาน

ข้อ 10 การเดินเรือในร่องน้ำท่าเรือจังหวัดสงขลา ให้เดินตามระบบเดินทางเดียว

ข้อ 11 การบรรทุกของเรือ พึงระวังมิให้หัวเรือกินน้ำลึกมากกว่าท้ายเรือ หรือหัวเรือลอยสูงยากแก่การบังคับเรือ หรือบรรทุกตู้สินค้าเกินจนเป็นอุปสรรคต่อการนำร่องเรือ หรือบรรทุกผิดลักษณะที่ดีด้วยประการทั้งปวง

ข้อ 12 เรือที่จอดทอดสมอในทะเลสาบ ต้องจอดทอดสมอสองตัว

หมวด 2
การให้บริการนำร่อง

----------------------------------

ข้อ 13 การให้บริการในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลา
         13.1 ในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลา ให้บริการนำร่องตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นในกรณีที่อากาศวิปริต คลื่นลมแรงผิดปกติ หรือทุ่นไฟเครื่องหมายกำกับร่องน้ำ หรือไฟนำไม่อยู่ในสภาพพร้อมสมบูรณ์หากทำการนำร่องเรือเข้า - ออก อาจเกิดอันตรายได้โดยง่าย ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสำนักงานนำร่องสงขลา
        13.2 เรือที่มีความยาวตลอดลำ (L.O.A.) มากกว่า 500 ฟุต (152.40 เมตร) ให้ผ่าน เข้า - ออกร่องน้ำ ท่าเรือจังหวัดสงขลา ในขณะที่กระแสน้ำขึ้น - ลงอ่อน หรือขณะที่น้ำนิ่งเท่านั้น หรืออยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงาน

หมวด 3
การขอใช้บริการนำร่อง

----------------------------------

ข้อ 14 การขอใช้บริการนำร่อง ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ (Application For Pilotage) ถึงสำนักงานนำร่องสงขลา ในกรณีจำเป็นอาจแจ้งทางโทรศัพท์ หรือทางวิทยุก็ได้ แล้วแจ้งเป็นหนังสือตามมาในโอกาสแรกกำหนดเวลาในการ แจ้งขอรับบริการนำร่องมี ดังนี้
         14.1 ถ้าต้องการขอใช้บริการนำร่องเรือเข้า-ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือ เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันใดจนถึงเวลา 16.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต้องแจ้งก่อนเวลา 16.00 น. ของวันนั้น
         14.2 ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งขอให้บริการนำร่องได้ ตาม ข้อ 14.1 จะต้องแจ้งขอใช้บริการนำร่องก่อนเวลาที่เรือเข้า - ออก หรือเลื่อนไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง โดยให้แจ้งการขอใช้บริการนำร่องเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่ได้กำหนดพร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถขอ ใช้บริการนำร่องตามเวลาที่กำหนดได้
         14.3 การขอเปลี่ยนแปลงเวลาเรือเข้า - ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือใหม่ในวันเดียวกันเร็วขึ้น หรือช้ากว่าที่แจ้งไว้เดิม
                14.3.1 การขอเปลี่ยนแปลงเวลาเร็วขึ้นขึ้นให้แจ้งก่อนเวลาที่ขอใช้บริการใหม่ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
                14.3.2 เปลี่ยนแปลงเวลาช้ากว่าที่แจ้งไว้เดิม ให้แจ้งก่อนถึงเวลาที่แจ้งไว้เดิม 1 ชั่วโมง
        14.4 พึ่งทราบด้วยว่า เหตุผลเพื่อความปลอดภัย การกำหนดเวลาในการนำร่องเรือเข้า - ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือ สำนักงานนำร่องสงขลา สงวนสิทธิ์ที่จะเป็นผู้กำหนดเวลาที่เห็นสมควรทุกครั้ง ในกรณีที่ผู้แจ้งขอใช้บริการนำร่อง ไม่สามารถแจ้งความจำนงภายในกำหนด ระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าให้เจ้าพนักงานนำร่องผู้นำเรือ หรือสำนักงานนำร่องให้ทราบในระยะอันสมควร กรมเจ้าท่าจะไม่รับผิดชอบในการที่จะต้องเสียเวลาอันเนื่องมาจากการจัดเจ้าพนักงานนำร่องเพื่อการนั้น

ข้อ 15 ในเวลาทำการนำร่องเรือเข้า - ออกหรือเลื่อนที่จอดเรือทุกครั้ง ผู้ขอใช้บริการต้องจัดให้มีผู้แทนที่มีอำนาจเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานนำร่อง ผู้ปฏิบัติหน้าที่นำร่องเรือลำนั้น เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

ข้อ 16 เจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ ที่ขอใช้บริการนำร่อง ต้องรับผิดชอบในการจัดการสิ่งต่อไปนี้
         16.1 พาหนะในการรับ-ส่งเจ้าพนักงานนำร่องที่เหมาะแก่ฐานะ ระหว่างสำนักงานนำร่องหรือที่พักกับเรือใหญ่ ทั้งทางบกและทางน้ำ
        16.2 บริการรับ-ส่งเชือกระหว่างเรือใหญ่กับที่จอดเรือ สำหรับท่าเรือที่ไม่มีบริการนี้
        16.3 เรือลากจูง (Tug Boat) ให้เป็นไปตามประกาศกรมเจ้าท่า เรื่องข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง (Tug Boat) เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา
        16.4 ให้วางมัดจำค่าจ้างนำร่องเป็นการล่วงหน้า เป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันจากธนาคารหรือเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ดตามอัตราค่ามัดจำที่กองนำร่องกำหนดและให้ไว้ที่กองนำร่อง กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่ากำหนด
        16.5 ค่าจ้างนำร่อง เมื่อเสร็จภารกิจการนำร่องแล้ว ให้ชำระค่าจ้างนำร่อง ที่กรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่ากำหนดในโอกาสแรก แต่ต้องไม่เกิน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งให้ชำระค่าจ้างนำร่อง

ข้อ 17 บริษัทตัวแทนเรือ เจ้าของเรือและนายเรือพึงทราบว่า เรือที่เคลื่อนเดิน หรือเข้า - ออกในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลาซึ่งบังคับให้ใช้ผู้นำร่องของรัฐบาลนั้น กฎหมายมิได้ให้ผู้นำร่องมีอำนาจเหนือนายเรือแต่อย่างใด ผู้นำร่องมีหน้าที่ช่วยเหลือนายเรือ หรือเข้าทำหน้าที่แทนนายเรือเฉพาะในเรื่องการเดินเรือและการบังคับเรือให้เคลื่อนเดินไปอย่างปลอดภัย และนายเรือยังคงมีอำนาจที่จะระงับคำสั่งการของผู้นำร่องเรือไม่ปฏิบัติตามคำบอก หรือคำแนะนำของผู้นำร่องก็ได้ ถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยหรือจะทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหายขึ้นได

ข้อ 18 เจ้าของท่าเทียบเรือหรือผู้ประกอบกิจการท่าเรือสินค้าต่างประเทศให้เตรียมท่าให้พร้อม โดยอนุโลมตามประกาศกรมเจ้าท่าที่ 88/2515 เรื่อง การนำเรือต่างประเทศเข้าเทียบท่า และออกจากเทียบ ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2515

หมวด 4
การติดต่อสื่อสาร
----------------------------------

ข้อ 19 ให้เรือที่มีวิทยุ VHF ติดต่อกับสำนักงานนำร่องสงขลา เพื่อทราบกำหนดการต่างๆ ตามสมควร

ข้อ 20 การสื่อสารเพื่อการนำร่อง
         20.1 ระหว่างเรือต่อเรือและท่าเทียบเรือใช้ข่าย VHF ช่อง 13 (156.650 MHz)
         20.2 สำนักงานนำร่องสงขลา ใช้ข่าย VHF ช่อง 14 หรือ 16 ( 156.700 MHz) หรือความถี่ 156.80 MHz
         20.3 ทั่วไปใช้ VHF ช่อง 16 ( 156.800 MHz) เป็นข่ายเฝ้าฟัง และการเรียกขาน


ประกาศ ณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2541


(ลงชื่อ) จงอาชว์ โพธิสุนทร
(นายจงอาชว์ โพธิสุนทร)
อธิบดีกรมเจ้าท่า