Menu

th en

 
 
A+ A A-

เขตท่าเรือศรีราชา

ระเบียบกรมเจ้าท่า
ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลเขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2541
......................

เพื่อให้การนำร่องเรือในเขตท่าเรือศรีราชาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2477 (ฉบับที่ 2) จึงออกระเบียบกรมเจ้าท่า เพื่อวางข้อกำหนดหลักเกณฑ์ การควบคุม และการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า " ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาลเขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2541 "

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ข้อ 3 ให้ยกเลิก
3.1 ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการ นำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2534 ลงวันที่ 17 เมษายน 2534

3.2 ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการ นำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2535

3.3 ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการ นำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 3 เมษายน 2535

3.4 ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้บริการ นำร่องรัฐบาล เขตท่าเรือศรีราชา พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2535

บรรดาระเบียบ ประกาศกรมเจ้าท่า และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้ว ในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4 ให้ผู้อำนวยการกองนำร่อง รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และโดยความเห็นชอบของอธิบดีกรมเจ้าท่า ให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์ของกองนำร่องเพิ่มเติม เพื่อให้กิจการนำร่องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมกับสภาพหรือสถานการณ์ที่่ปลี่ยนแปลง โดยพิจารณาถึงแนวทางปฏิบัติของสมาคมนำร่องสากล (IMPA) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ และไม่เป็นการขัดระเบียบนี้

หมวด 1
ข้อกำหนดเกี่ยวกับเรือ

--------------------------------------

ข้อ 5 ขนาดของเรือที่จะผ่านเข้า - ออก และเทียบท่า หรือผูกทุ่น เขตท่าศรีราชา ต้องมีขนาดของเรือดังต่อไปนี้

      5.1 เรือที่ผ่านเข้า - ออก ร่องน้ำท่าเรือแหลมฉบัง ยาวตลอดลำไม่เกิน 300.00 เมตร (984 ฟุต 3 นิ้ว) กว้างไม่เกิน40.00 เมตร (131 ฟุต 3 นิ้ว) อัตรากินน้ำลึกสูงสุดขึ้นอยู่กับความสูงของน้ำทำนายเกาะสีชัง บวกกับตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย

      5.2 เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) ผ่านเข้าร่องน้ำ บริเวณทิศใต้ของเกาะท้ายตาหมื่น ที่จะเข้าจอดผูกทุ่นThai Oil SBM. ความยาวตลอดลำไม่เกิน 353.00 เมตร (1,158 ฟุต 1 นิ้ว) อัตรากินน้ำลึกสูงสุดไม่เกิน 18.30 เมตร (60 ฟุต)

      5.3 ขนาดของเรือและอัตรากินน้ำลึกของเรือที่เข้าเทียบท่าหรือผูกทุ่นใด ๆ ในเขตท่าเรือศรีราชาให้เป็นไปตามประกาศกรมเจ้าท่า ที่เกี่ยวกับข้อกำหนดในการใช้ท่าเรือ หรือทุ่นนั้น ๆ

ข้อ 6 อัตรากินน้ำลึกของเรือ และตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) ตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย(SAFETY ADDER) กำหนดขึ้น เพื่อให้นำไปบวกกับสูงของน้ำทำนายเกาะสีชังตามมาตราน้ำของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ในแต่ละ คราวที่เรือจะเข้า - ออกร่องน้ำ ได้เท่าใดถือเป็นอัตรากินน้ำลึกของเรือลำนั้น ที่อนุญาตให้ผ่านเข้า - ออกร่องน้ำเขตท่าเรือศรีราชาได้ โดยกำหนดตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) และอัตรากินน้ำลึกดังต่อไปนี้

      6.1 ร่องน้ำท่าเรือแหลมฉบัง กำหนดตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย 9.50 เมตร สำหรับเรือทุกขนาดเมื่อทะเลมีคลื่นลมจัด 10.10 เมตร สำหรับเรือทุกขนาดเมื่อทะเลเรียบ

      6.2 ร่องน้ำบริเวณด้านใต้ของเกาะท้ายตาหมื่นกำหนดตัวเกณฑ์บวกน้ำ เพื่อความปลอดภัย ดังต่อไปนี้

           13.60 เมตร สำหรับเรือทุกประเภท ทุกขนาด เมื่อทะเลมีคลื่นจัด
           14.80 เมตร สำหรับเรือทุกประเภท ทุกขนาด เมื่อทะเลเรียบ

ถ้าปรากฏว่าความลึกของร่องน้ำท่าเรือแหลมฉบังและภายในแอ่ง (BASIN) และร่องน้ำบริเวณด้าน ใต้เกาะท้ายตาหมื่นมากหรือน้อยกว่าในปัจจุบัน ให้ผู้อำนวยการกองนำร่องพิจารณาดำเนินการตามข้อ 4

      6.3 อัตรากินน้ำลึกของเรือทุกประเภท ทุกขนาดขึ้นอยู่กับความสูงของน้ำทำนายเกาะสีชังตามมาตราน้ำของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ และนำมาคำนวณกับตัวเกณฑ์บวกน้ำเพื่อความปลอดภัย (SAFETY ADDER) ในแต่ละคราวที่จะนำเรือเข้า - ออกร่องน้ำโดยมีเวลาปฏิบัติการในร่องน้ำด้วยอัตรากินน้ำลึกนั้นไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และจะต้องมีความลึกของน้ำใต้กระดูกงูเรือ ไม่น้อยกว่า 1 เมตร ตลอดเวลา

      6.4 ท่าเทียบเรือหรือทุ่นผูกเรืออื่นใดนอกจากท่าเทียบเรือของท่าเรือแหลมฉบัง อัตรากินน้ำลึกสูงสุดของเรือที่จะเข้าเทียบท่าหรือผูกทุ่นให้เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศของกรมเจ้าท่าที่เกี่ยวกับข้อกำหนดในการใช้ท่าเรือ หรือทุ่นนั้น ๆ

ข้อ 7 เรือใดที่มีขนาด หรืออัตรากินน้ำลึกเกินกว่าข้อกำหนดให้ผ่านร่องน้ำหรือเกินกว่าข้อกำหนด สำหรับท่าเทียบหรือที่จอดเรือใด ๆ หากจำเป็นต้องผ่านร่องน้ำหรือเข้าจอดเทียบท่า หรือที่จอดใด ๆ ให้ขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่า เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงกระทำได้

ข้อ 8 ข้อกำหนดของเรือที่ยากแก่การนำร่อง
       8.1 เรือที่เครื่องจักรหรือเครื่องถือท้ายขัดข้อง ต้องใช้เรือลากจูง กองนำร่องจะพิจารณาเป็นกรณีไป
       8.2 เรือลำเลียง (BARGE หรือ LIGHTER) ที่มีเรือลากจูง จะต้องจัดเรือลากจูงเข้าช่วยเหลือเพิ่มอีก 1 ลำ หรือมากกว่า(ถ้าหัวหน้าสำนักงานนำร่องศรีราชาเห็นสมควร)
      8.3 เรือที่บังคับให้เคลื่อนเดินตรงทิศทางได้ยาก ต้องมีเรือลากจูงที่มีกำลังไม่ต่ำกว่า 1,500 แรงม้า ช่วยตั้งแต่จุดทอดสมอนำร่อง จนถึงที่ทอดจอดเรือรอ อย่างไรก็ดี แม้จะพิจารณาแนวปฏิบัติตามข้อ 8.1 8.2 และ ข้อ 8.3 แล้วหากเห็นว่าไม่ปลอดภัยกองนำร่องโดยความเห็นชอบของกรมเจ้าท่าอาจปฏิเสธการให้บริการนำร่องแก่เรือนั้นได้

ข้อ 9 ตำบลที่รับ-ส่งเจ้าพนักงานนำร่องขึ้นลงเรือของเขตท่าเรือศรีราชาทั้งหมดกำหนดไว้ที่แลตติจูด 13 องศา 05 ลิปดา 00 ฟิลิปดาเหนือ ลองติจุด 100 องศา 48 ลิปดา 15 ฟิลิปดา ตะวันออก ตำบลที่รับ-ส่งเจ้าพนักงานนำร่องนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพดิน ฟ้า อากาศ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงาน

ข้อ 10 การเดินเรือในร่องน้ำท่าเรือแหลมฉบัง ให้เดินตามระบบเดินทางเดียว

ข้อ 11 การบรรทุกของเรือ พึงระวังมิให้หัวเรือกินน้ำลึกมากกว่าท้ายเรือ หรือหัวเรือลอยสูงยากแก่การบังคับเรือ หรือบรรทุกตู้สินค้าจนเป็นอุปสรรคต่อการนำเรือ หรือบรรทุกผิดลักษณะที่ดีด้วยประการทั้งปวง

หมวด 2
การให้บริการนำร่อง

--------------------------------------

ข้อ 12 เวลาให้บริการนำร่อง
         12.1 ท่าเรือแหลมฉบังให้บริการนำร่องตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นในกรณีที่มีอากาศวิปริต คลื่นลมแรงผิดปกติ หรือทุ่นไฟเครื่องหมายกำกับร่องน้ำ หรือไฟนำไม่อยู่ในสภาพพร้อมสมบูรณ์หากทำการนำร่องเรือเข้า - ออกอาจเกิดอันตรายได้โดยง่าย ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสำนักงานนำร่องศรีราชา
        12.2 ในเขตท่าเรือศรีราชานอกอาณาบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ให้บริการนำร่องตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นเรือที่จะเข้าผูกทุ่นThai Oil Cbm. ทุ่น ESSO MBM. และเรือที่จะเข้า - ออกท่าเทียบเรือ SIAM SEA PORT ด้านใน ให้ทำการนำร่องเฉพาะในเวลากลางวันตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นถึงดวงอาทิตย์ตกยกเว้นในกรณีที่อากาศวิปริตคลื่นลมแรงผิดปกติให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสำนักงานนำร่องศรีราชา
        12.3 เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) เข้าผูกทุ่น Thai Oil SBM. ให้ดำเนินการในขณะน้ำนิ่ง หรือในขณะที่มีกระแสน้ำไหลลงเท่านั้น
        12.4 เรือที่เข้าและออกท่าเทียบเรือ SIAM SEA PORT ด้านใน หากมีความยาวตลอดลำมากกว่า 152.40 เมตร(500 ฟุต)และมีอัตรากินน้ำลึกมากกว่า 7 เมตร (22 ฟุด 11 นิ้ว) ให้ดำเนินการในขณะกระแสน้ำนิ่ง
        12.5 กรณีมีความจำเป็นต้องทำการนำร่องเรือเข้า - ออก นอกเหนือข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสำนักงานนำร่องศรีราชา โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการกองนำร่อง

หมวด 3
การขอใช้บริการนำร่อง

-------------------------------------

ข้อ 13 การขอใช้บริการนำร่อง ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ (Application For Pilotage)ถึงสำนักงานนำร่องศรีราชา ในกรณีจำเป็นอาจแจ้งทางโทรศัพท์ วิทยุ หรือ โทรสาร ก็ได้ แล้วแจ้งเป็นหนังสือตามมาในโอกาสแรก กำหนดเวลาในการแจ้งขอรับบริการนำร่อง ดังนี้
         13.1 ถ้าต้องการขอใช้บริการนำร่องเรือเข้า-ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือ เขตท่าเรือศรีราชาตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันใดจนถึง16.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต้องแจ้งก่อนเวลา 14.30 น. ของวันนั้น
        13.2 ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งขอให้บริการนำร่องได้ ตาม ข้อ 13.1 จะต้องแจ้งขอใช้บริการนำร่องก่อนเวลาที่เรือเข้า - ออก หรือเลื่อน ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง โดยให้แจ้งการขอใช้บริการนำร่องเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่ได้กำหนดไว้พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถขอ ใช้บริการนำร่องตามเวลาที่กำหนดได้
        13.3 การขอเปลี่ยนแปลงเวลาเรือเข้า - ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือใหม่ในวันเดียวกันเร็วขึ้น หรือช้ากว่าที่แจ้งไว้เดิมให้แจ้งก่อนถึงถึงเวลาที่ขอบริการไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
        13.4 พึ่งทราบด้วยว่า เหตุผลเพื่อความปลอดภัย การกำหนดเวลาในการนำร่องเรือเข้า - ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือสำนักงานนำร่องศรีราชาสงวนสิทธิ์ที่จะเป็นผู้กำหนดเวลาที่เห็นสมควรทุกครั้ง
               ในกรณีที่ผู้แจ้งขอใช้บริการนำร่องไม่สามารถแจ้งความจำนงในการกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ให้เจ้าพนักงานนำร่องผู้นำร่องเรือ หรือสำนักงานนำร่องศรีราชาให้ทราบ ในระยะเวลาอันสมควร กรมเจ้าท่าจะไม่รับผิดชอบในการที่เรือจะต้องเสียเวลา อันเนื่องมาจากการจัดเจ้าพนักงานนำร่องเพื่อการนั้น

ข้อ 14 ในเวลาทำการนำร่องเรือเข้า - ออกหรือเลื่อนที่จอดเรือทุกครั้ง ผู้ขอใช้บริการต้องจัดให้มีผู้แทนที่มีอำนาจเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานนำร่อง ผู้ปฏิบัติหน้าที่นำร่องเรือลำนั้น เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

ข้อ 15 เจ้าของเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือที่ขอใช้บริการนำร่อง ต้องรับผิดชอบในการจัดการสิ่งต่อไปนี้
         15.1 พาหนะในการรับ-ส่งเจ้าพนักงานนำร่องที่เหมาะสมแก่ฐานะ ระหว่างสำนักงานนำร่องหรือที่พักกับเรือใหญ่ทั้งทางบกและทางน้ำ
        15.2 บริการรับ-ส่งเชือกระหว่างเรือใหญ่กับที่จอดเรือ สำหรับท่าเรือที่ไม่มีบริการนี้
        15.3 เรือลากจูง (TUG BOAT) ให้เป็นไปตามประกาศกรมเจ้าท่า เรื่องข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง (TUG BOAT) เขตท่าเรือศรีราชา
        15.4 ให้วางมัดจำค่าจ้างนำร่องเป็นการล่วงหน้าเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันจากธนาคารหรือเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ดตามอัตราค่ามัดจำที่กองนำร่องกำหนดและให้ไว้ที่กองนำร่อง กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่ากำหนด
        15.5 ค่าจ้างนำร่อง เมื่อเสร็จภารกิจการนำร่องแล้ว ให้ชำระค่าจ้างนำร่อง ที่กรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่ากำหนดในโอกาสแรก แต่ต้องไม่เกิน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งให้ชำระค่าจ้างนำร่อง

ข้อ 16 บริษัทตัวแทนเรือ เจ้าของเรือและนายเรือพึงทราบว่า เรือที่เคลื่อนเดินหรือเข้า-ออกในเขตท่าเรือศรีราชาซึ่งบังคับใช้ผู้นำร่องรัฐบาล นั้น กฎหมายมิได้ให้ผู้นำร่องมีอำนาจเหนือนายเรือแต่อย่างใด ผู้นำร่องมีหน้าที่ช่วยเหลือนายเรือ หรือเข้าทำหน้าที่แทนนายเรือเฉพาะในเรื่องการเดินเรือและการบังคับเรือให้เคลื่อนเดินไปอย่างปลอดภัย และนายเรือยังคงมีอำนาจที่จะระงับคำสั่งการของผู้นำร่องหรือ ไม่ปฏิบัติตามคำบอกหรือคำแนะนำของผู้นำร่องก็ได้ ถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยหรือจะทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหายขึ้นได้

หมวด 4
การติดต่อสื่อสาร

--------------------------------------

ข้อ 17 ให้เรือที่มีวิทยุ VHF ติดต่อกับสำนักงานนำร่องศรีราชา เพื่อทราบกำหนดการต่าง ๆ ตามสมควร

ข้อ 18 การสื่อสารเพื่อการนำร่อง
         18.1 ระหว่างเรือต่อเรือและท่าเทียบเรือใช้ข่าย VHF ช่อง 13 (ความถี่ 156.650  MHz)
        18.2 สำนักงานนำร่องศรีราชา ใช้ข่าย VHF ช่อง 14 หรือ 16 (ความถี่ 156.700 MHz) หรือความถี่ 156.80 MHz
        18.3 ทั่วไปใช้ VHF ช่อง 16 (ความถี่ 156.800 MHz) เป็นข่ายเฝ้าฟังและการเรียกขาน


ประกาศ ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2541


(ลงชื่อ) จงอาชว์ โพธิสุนทร
(นายจงอาชว์ โพธิสุนทร)
อธิบดีกรมเจ้าท่า