Menu

th en

 
 
A+ A A-

เขตท่าเรือกรุงเทพฯ

                                                  ระเบียบกรมเจ้าท่า
                      ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุม และการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาล
                                          เขตท่าเรือกรุงเทพฯ พ.ศ. 2541
       ............................................................................................................

      เพื่อให้การนำร่องเขตท่าเรือกรุงเทพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้องตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย
แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2477 (ฉบับที่2) จึงออกระเบียบกรมเจ้าท่าเพื่อวางข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุมและการขอใช้นำร่องรัฐบาลไว้
ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.     ระเบียบนี้ เรียกว่า "ระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนด หลักเกณฑ์ การควบคุม และการขอใช้บริการนำร่องรัฐบาล
เขตท่าเรือกรุงเทพฯ พ.ศ. 2541
ข้อ 2.     ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไป
ข้อ 3.     ให้ยกเลิกระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยข้อกำหนดหลักเกณฑ์ การควบคุม และการขอใช้ บริการนำร่องรัฐบาล
เขตท่าเรือกรุงเทพฯ พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 16 เมษายน 2530 บรรดาระเบียบ ประกาศ กรมเจ้าท่า และคำสั่งอื่นใด
ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4.     ให้ผู้อำนวยการกองนำร่อง รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และโดยความ เห็นชอบของอธิบดีกรมเจ้าท่า ให้มีอำนาจ
ออกระเบียบข้อกำหนด หรือหลักเกณฑ์ของกองนำร่องเพิ่มเติม เพื่อให้กิจการนำร่องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย
ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงโดยพิจารณาถึงแนวทางปฏิบัติของสมาคมนำร่องสากล
( IMPA ) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ และไม่เป็นการขัดระเบียบนี้

                                                           หมวด 1
                                                   ข้อกำหนดเกี่ยวกับเรือ


ข้อ 5     ข้อกำหนดของเรือขนาดธรรมดา ( ORDINARY VESSELS )

5.1  ความยาวตลอดลำ (L.O.A.) ไม่เกิน 565 ฟุต ( 172.21 เมตร ) และความกว้าง ( BREADTH) ประมาณ 90
       ฟุต ( 27.5 เมตร )
5.2  ความยาวสูงสุดที่จะเทียบท่าใด ให้เป็นไปตามประกาศของกรมเจ้าท่า สำหรับท่านั้นๆ
5.3  ความยาวสูงสุดของเรือที่จะผูกทุ่นของการท่าเรือฯ ณ บริเวณกลางน้ำสาธุประดิษฐ์ ด้านใต้สะพานพระราม 9
       ทุ่น 1-4 ต้องยาวไม่เกิน 450 ฟุต (137.16 เมตร ) ทุ่น 5 ต้องยาวไม่เกิน 300 ฟุต ( 91.44 เมตร )
5.4  ความยาวสูงสุดของเรือที่จะทอดสมอ ณ บริเวณกลางน้ำสาธุประดิษฐ์ ด้านเหนือ สะพานพระราม 9
       ต้องยาวไม่เกิน 350 ฟุต ( 106.68 เมตร ) และต้องทอดสมอระหว่างทุ่นผูกเรือหมายเลข 5 ของการท่าเรือ ฯ
       กับด้านใต้ของท่า 29A และทอดสมอได้ไม่เกิน 3 ลำ การเข้าหรือออกทอดสมอ ควรกระทำในลักษณะทวนน้ำ
5.5  ความยาวสูงสุดของเรือที่จะทอดสมอ ณ บริเวณกลางน้ำที่ปากน้ำจังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างทุ่นไฟหมายเลข
       34-36 ต้องยาวไม่เกิน 300 ฟุต (91.46 เมตร) และอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 14 ฟุต ( 4.2 เมตร )
5.6  การทอดสมอบริเวณกลางน้ำบางปลากด จังหวัดสมุทรปราการอนุญาตเฉพาะ
       5.6.1 เรือที่จะต้องขนถ่ายวัตถุระเบิดหรือสินค้าอันตราย เมื่อขนถ่ายเสร็จแล้วต้องเคลื่อนที่จอดทันที
       5.6.2 เรือที่มีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นจะต้องทอดสมอเป็นการชั่วคราวเมื่อหมดความจำเป็น แล้วจะต้องเคลื่อนที่จอดทันที
5.7  การนำร่องเรือผ่านสะพานกรุงเทพฯ
       5.7.1 เรือที่ผ่านเข้าหรือผ่านออกสะพานกรุงเทพฯ เพื่อบรรทุกสินค้า ต้องมีความยาวตลอดลำไม่เกิน 280
                 ฟุต (85.34 เมตร ) และมีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 17 ฟุต (5.18 เมตร)
       5.7.2 เรือที่ผ่านเข้าออกสะพานกรุงเทพฯ เพื่อซ่อมทำที่อู่กรุงเทพฯ ต้องเป็นเรือที่ไม่บรรทุกสินค้า
                 มีความยาวตลอดลำไม่เกิน 330 ฟุต (100.58 เมตร ) กรมเจ้าท่าจะพิจารณากำหนดเวลานำร่องเรือผ่าน
                 สะพานกรุงเทพฯในลักษณะแล่นทวนน้ำหรือน้ำหยุด และเป็นเวลากลางวันเท่านั้น
5.8  ความสูงสุดของเรือ (AIR DRAUGHT) เรือที่ผ่านสายไฟฟ้าแรงสูง หรือสะพานแขวนส่วนที่สูงสุดของเรือ
       ต้องมีระยะห่างจากสายไฟฟ้าแรงสูง หรือสะพานแขวนไม่น้อยกว่าระยะ 2 เมตร ขณะแล่นผ่าน
       ความสูงสายไฟฟ้าแรงสูงที่บางโปรง 50.543 เมตร จากระดับน้ำทะเลสูงสุด (H.H.W)
       ความสูงสายไฟฟ้าแรงสูงที่พรประแดง 53.88 เมตร จากระดับน้ำทะเลสูงสุด (H.H.W)
       ความสูงสายไฟฟ้าแรงสูงที่ถนนตก 50.90 เมตร จากระดับน้ำทะเลสูงสุด (H.H.W)
       ความสูงสะพานพระราม9 41.00 เมตร จากระดับน้ำทะเลสูงสุด (H.H.W)
ข้อ 6     ข้อกำหนดของเรือขนาดใหญ่พิเศษ ( SUPER VESSELS )

6.1  มีความยาวตลอดลำ (L.O.A) เกินกว่า 565 ฟุต (172.21 เมตร ) แต่ไม่เกิน 600 ฟุต ( 182.88 เมตร )
       ความยาวตั้งฉากประมาณ 558 ฟุต ( 170.0 เมตร ) และมีความกว้างประมาณ 90 ฟุต ( 27.5 เมตร )
       เป็นเรือใหม่หรทอได้รับการจัดชั้นจากสถาบันลอยด์ (LLOYD) ชั้น 100A1 หรือสถาบันอื่นที่เทียบเท่า
       และมีอายุประมาณ 10 ปี
6.2  การอนุญาตให้เรือขนาดใหญ่พิเศษเข้ามาในท่าเรือกรุงเทพฯ จะต้องมีการพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็น
      เพื่อผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของชาติเป็นส่วนรวม และได้รับความเห็นชอบจากกรมเจ้าท่าด้วย
6.3  จะต้องอยู่ในข้อกำหนด หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขของกองนำร่อง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมเจ้าท่า
6.4  ตำบลที่จอดเรือให้จอดได้ในเขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 3 ไม่เกินหลักผูกเรือหมายเลข 8-9 ของการท่าเรือฯ
       ที่กลางน้ำบางหัวเสือ เท่านั้น
ข้อ 7     ข้อกำหนดของเรือที่ยากแก่การนำร่อง

7.1  เรือที่บังคับให้ตรงทิศทางได้ยากต้องมีเรือลากจูงของการท่าเรือฯ ตั้งแต่สถานีนำร่องจนถึงที่ทอดจอดเรือ
7.2  เรือลำเลียง ( BARGE หรือ LIGHTER) ที่มีเรือลากจูง
       7.2.1 ความยาวตลอดลำไม่เกิน 250 ฟุต (76.2 เมตร ) ความกว้างไม่เกิน 40 ฟุต (12.19 เมตร )
                ให้ผ่านสันดอนเข้ามาจอดได้ไม่เกินสะพานพระราม 9
       7.2.2 ความยาวตลอดลำไม่เกิน 365 ฟุต (111.25 เมตร ) ความกว้างไม่เกิน 100 ฟุต (30.48 เมตร )
                ให้ผ่านสันดอนเข้ามาจอดได้ไม่เกินท่าหมายเลข
       7.2.3 ความยาว และหรือความกว้าง หรือตำบลที่จอดเรือ เกินข้อกำหนดข้างต้น กองนำร่อง จะพิจารณา
                กำหนดที่จอดเรือ และผู้นำร่องเป็นกรณีไป การที่จะจัดเรือลากจูงของการท่าเรือ ช่วยเพิ่มอีก 1 ลำ
                หรือมากกว่าให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการ กองนำร่อง เท่านั้น
7.3  เรือที่เครื่องจักรหรือเครื่องถือท้ายขัดข้อง ต้องใช้เรือลากจูง กองนำร่องจะพิจารณาเป็นกรณีไป ถ้าเป็นเรือ
       ที่มีความยาวตามที่กำหนดตามข้อ 5.5 ก็ยอมให้ผ่านสันดอนฯ เข้าทอดจอดได้ ณ บริเวณกลางน้ำที่ปากน้ำ
       จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างทุ่นหมายเลข 34 -36 แต่ถ้าความยาวเกินกว่าความยาวตามที่กำหนดในข้อ 5.5
       ให้ทอดจอดได้ไม่เกินท่าหมายเลข 7 แต่ถ้าเรือ ดังกล่าวมีอัตรากินน้ำลึกเกิน 20 ฟุต ( 6.09 เมตร )
        จะไม่จัดบริการนำร่องให้ทั้งผ่านสันดอนฯ และ เข้า - ออก
7.4  เรือที่มีความเร็วไม่เกิน 10 นอต และมีอัตราการกินน้ำลึกเกิน 25 ฟุต ( 7.62 เมตร) หรือ เรือที่มีความเร็ว
        ปกติต่ำกว่า 7 นอต การบังคับเรือเป็นปกติ หรือไม่ปกติ กองนำร่องจะพิจารณาใช้เรือลากจูงช่วยขณะเดินทางเพิ่มขึ้น

        อย่างไรก็ดี แม้จะได้พิจารณาแนวปฏิบัติตามข้อ 7.1, 7.2 , 7.3 และ 7.4 แล้ว หากเห็นว่าไม่ปลอดภัย กองนำร่อง
โดยความเห็นชอบของกรมเจ้าท่า อาจปฏิเสธการให้บริการนำร่องแก่เรือนั้นก็ได้

ข้อ 8     ข้อกำหนดอัตรากินน้ำลึกของเรือขนาดต่างๆ

8.1  เรือขนาดธรรมดา ( ORDINARY VESSELS )
       8.1.1 เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 1 เรือที่จะผ่านสันดอนฯ เข้า หรือผ่านสันดอนฯ ออก ให้มีอัตรากินน้ำลึก
                ไม่เกิน 25 ฟุต (7.62 เมตร )
       8.1.2 เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 2 เรือที่จะผ่านสันดอนฯ เข้า หรือผ่านสันดอนฯ ออก ให้มีอัตรากินน้ำลึก
                ไม่เกิน 27 ฟุต (8.23 เมตร ) ส่วนเรือที่จะผ่านสันดอนฯ ออก ให้มีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 26 ฟุต (7.92 เมตร )
                ยกเว้นเรือกำปั่นถัง (TANKER VESSELS)
       8.1.3 เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 3 เรือที่จะผ่านสันดอนฯ เข้า ให้มีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 27 ฟุต (8.23 เมตร )
                ยกเว้นเรือกำปั่นถัง (TANKER VESSELS)
       8.1.4 เรือกำปั่นถัง (TANKER VESSELS) ที่จะผ่านสันดอนฯ เข้าหรือออกจากเขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 2
                และ เขตที่ 3 ให้มีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 26 ฟุต (7.92 เมตร) นอกเสียจากว่าเรือลำใดมีคุณสมบัติต่ำ
                กองนำร่องจะได้กำหนดอัตรากินน้ำลึกลดน้อยลง ไปอีกเป็นรายๆไป และถ้ากระทำได้ เรือกำปั่นถัง
                (TANKER VESSELS) ต้องปรับระดับให้มีอัตรากินน้ำลึกทางท้ายมากกว่าทางหัว
8.2  เรือขนาดใหญ่พิเศษ ( SUPER VESSELS )
       8.2.1 เรือขนาดที่มีความกว้าง (BREADTH) ไม่เกิน 90 ฟุต ( 27.5 เมตร ) ให้มีอัตรากินน้ำลึก 25 ฟุต ( 7.62 เมตร )
       8.2.2 เรือขนาดที่มีความกว้าง (BREADTH) ไม่เกิน 90 ฟุต ( 27.5 เมตร ) แต่ไม่เกิน 95.14 ฟุต ( 29 เมตร )
                ให้มีอัตรากินน้ำลึกไม่เกิน 24 ฟุต ( 7.31 เมตร )
       8.2.3 เรือขนาดที่มีความกว้าง (BREADTH) เกินกว่า 95.14 ฟุต ( 29 เมตร ) แต่ไม่เกิน 100.06 ฟุต
                ( 30.5 เมตร ) ให้มีอัตรากินน้ำลึก 23 ฟุต ( 7.01 เมตร )
       8.2.4 เรือขนาดที่มีความกว้าง (BREADTH) เกินกว่า 100.06 ฟุต ( 30.5 เมตร ) ให้มีอัตรากินน้ำลึกตามที่
                ผู้อำนวยการกองนำร่องจะกำหนดเป็นรายๆไป
 8.3   อัตรากินน้ำลึกสูงสุดของเรือที่จะเทียบท่าใด ให้เป็นไปตามประกาศของกรมเจ้าท่าสำหรับท่านั้นๆ
ข้อ 9     ตัวเกณฑ์บวกน้ำสันดอน (BAR ADDER) เป็นอัตรากินน้ำลึกสูงสุด ซึ่งเรือสามารถผ่านร่องน้ำสันดอนฯ
ได้โดยปลอดภัยขณะน้ำลงต่ำสุด (0.0 เมตร) ได้กำหนดไว้สำหรับเรือที่มีความยาวตั้งฉาก (L.B.P.) ขนาดต่างๆ ดังนี้

9.1  เรือขนาดที่ความกว้าง (BREATH) ไม่เกิน 90 ฟุต (27.5 เมตร )
       +4.8 เมตร สำหรับเรือที่มีความยาวตั้งฉาก (L.B.P.) ไม่เกิน 445 ฟุต (135.65 เมตร )
       +4.6 เมตร สำหรับเรือที่มีความยาวตั้งฉาก (L.B.P.) เกินกว่า 445 ฟุต (135.65 เมตร ) แต่ไม่เกิน 470 ฟุต
                (143.26 เมตร )
       +4.4 เมตร สำหรับเรือที่มีความยาวตั้งฉาก (L.B.P.) เกินกว่า 470 ฟุต (143.26 เมตร ) แต่ไม่เกิน 500 ฟุต
                (152.4 เมตร )
       +4.2 เมตร สำหรับเรือที่มีความยาวตั้งฉาก (L.B.P.) เกินกว่า 500 ฟุต (152.4 เมตร ) ตัวเกณฑ์บวกน้ำ
                ที่กำหนดไว้ข้างต้น เมื่อนำไปบวกกับตัวเลขน้ำตามวัน เวลา และเวลาที่ปรากฏในมาตราน้ำสันดอนฯ
                ในวันและเวลานั้นๆ ก็จะ้เป็นอัตรากินน้ำลึกของเรือที่สามารถผ่านร่องน้ำสันดอนฯ ได้
9.2  เรือขนาดที่มีความกว้าง (BREADTH) เกินกว่า 90 ฟุต (27.25 เมตร) ให้ใช้ตัวเกณฑ์ เดียวกับข้อ 9.1
       โดยอนุโลมแต่ให้ลดอัตรากินน้ำลึกลงไปอีกตามสัดส่วนความกว้างที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
       9.2.1 เรือขนาดที่มีความกว้างเกินกว่า 90 ฟุต (27.5 เมตร) แต่ไม่เกิน 95.14 ฟุต (29 เมตร)
                ให้ลดอัตรากินน้ำลึกลง 1 ฟุต (0.3 เมตร )
       9.2.2 เรือขนาดที่มีความกว้างเกินกว่า 95.14 ฟุต (29 เมตร) แต่ไม่เกิน 100.06 ฟุต (30.5 เมตร)
                ให้ลดอัตรากินน้ำลึกลง 2 ฟุต (0.6 เมตร )
       9.2.3 เรือขนาดที่มีความกว้างเกินกว่า 100.06 ฟุต (30.5 เมตร)ให้ผู้อำนวยการกองนำร่องเป็นผู้กำหนดอัตรากินน้ำลึก

       ตัวเกณฑ์บวกน้ำสันดอนฯ ตามขนาดต่างๆ ของเรือดังที่กล่าวมานี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็น
ซึ่งกรมเจ้าท่า จะแจ้งล่วงหน้าให้ทราบ ไม่น้อยกว่า 1 เดือนการคำนวณเพื่อหากำหนดเวลาเรือขนาดต่างๆ ที่ต้องการ
ผ่านร่องน้ำสันดอนฯ โดยปลอดภัยแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลานั้น จะติดต่อสอบถามได้จากกองนำร่อง
ข้อ 10     ตำบลที่รับ-ส่ง เจ้าพนักงานนำร่อง เรือที่จะเข้ามารับเจ้าพนักงานนำร่องจะต้องมารับ ณ จุดรับเจ้าพนักงานนำร่อง
ซึ่งจะต้องห่างจากสถานีนำร่อง (แลตติจูด 13 องศา 22 ลิปดา 38 ฟิลิปดา เหนือ ลองติจูด 100 องศา 35 ลิปดา 58
ฟิลิปดา ตะวันออก ) ไม่น้อยกว่า 600 เมตร ตำบลที่ส่งเจ้าพนักงานนำร่อง ให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่อง
ผู้ปฏิบัติงานตำบลที่รับ-ส่ง เจ้าพนักงานนำร่องนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพดินฟ้าอากาศ โดยให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานนำร่องผู้ปฏิบัติงาน


                                                         หมวด 2
                                                   การให้บริการนำร่อง

ข้อ 11     กำหนดเวลาเรือผ่านสันดอนฯ เข้า -ออก และเลื่อนที่จอด

11.1  เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 1
       ก. เรือที่เข้าเขต 1 แต่ไม่เกิน ทุ่น 2 ให้เข้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่เรือที่จะผ่านเข้าไปจอดเทียบท่า 23
            ถ้าเรือที่มีความยาวตลอดลำมากกว่า 400 ฟุต (121.92 เมตร) และต้องกลับลำ จะต้องเข้าจากสถานีนำร่อง
            ระหว่างเวลา 04.00 น. ถึง 15.00 น. กรณีออกจากท่า 23 ถ้าเรือมีความยาวตลอดลำเรือมากกว่า 400 ฟุต
            (121.92 เมตร) หากต้องกลับลำจะต้องออกเรือเฉพาะเวลากลางวัน
       เรือที่เข้าเขต 1 แต่เกินทุ่น 2 ขึ้นไป จะต้องเข้าจากสถานีนำร่องระหว่างเวลา 03.00 น. ถึง 14.00 น. ข้อความนี้
มิได้หมายความว่า เรือเข้าผูกทุ่น 1 และทุ่น 2 เรือที่เข้าผูกทุ่น ยังคงเป็นตามข้อกำหนดเดิม

       ข. เรือที่ผ่านสันดอนฯ ออกจากที่ทอดจอดเหนือสะพานพระราม 9 จะจัดบริการนำร่องให้เฉพาะเวลากลางวัน ค.
            เรือที่ออกจากทุ่นผูกเรือหมายเลข 2 หรือทุ่นอื่นที่อยู่ทางด้านเหนือ รวมทั้งเรือที่ออกจากท่า 32 หรือท่าอื่นที่
            อยู่ทางด้านเหนือจนถึงสะพานพระราม 9 ถ้าต้องกลับลำจะจัดบริการนำร่องให้เฉพาะเวลากลางวัน
11.2   เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 2
           ก. เรือที่ผ่านสันดอนฯ เข้าและออก จะจัดบริการนำร่องให้ตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่เรือที่ผ่านเข้าไปทอดจอด
               เหนือท่า 21 C ขึ้นไปจนสุดเขต ถ้าต้องกลับลำจะต้องเข้าจากสถานีนำร่องในระหว่างเวลา 04.00 น. ถึงเวลา
               15.00 น. และกรณีเรือที่จะผ่านออก ถ้าต้องกลับลำ จะต้องออกเรือเฉพาะเวลากลางวัน ยกเว้นหรือที่มี
               ความยาวตลอดลำไม่เกิน 400 ฟุต (121.92 เมตร) ที่เข้าและออกจากท่า 21E 21D และ 21B
           ข. เรือเลื่อนที่จอดเพื่อเข้าไปจอดเหนือท่า 21C ขึ้นไปจดสุดเขตต้องกลับลำเรือนั้น จะต้องมาถึงที่ทอดจอด
               ไม่เกิน 18.00 น. และกรณีเลื่อนที่จอดออก ถ้าต้องกลับลำให้เลื่อนเฉพาะเวลากลางวัน
11.3  เขตท่าเรือกรุงเทพฯ เขตที่ 3
           ก. เรือที่ผ่านสันดอนฯ เข้าและออก จะจัดบริการนำร่องให้ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นเรือจะเข้าเทียบหลัก
               ผูกเรือกลางน้ำบางหัวเสือ จะต้องเข้าจากสถานีนำร่องในเวลา 05.00 น. ถึง 15.00 น.
           ข. เรือเลื่อนที่จอดเข้าเทียบหลักผูกเรือกลางน้ำบางหัวเสือ จะต้องให้เรือลำนั้นเข้าเทียบหลักดังกล่าวไม่เกิน 18.00 น.
11.4  กำหนดเวลาเลื่อนเรือที่จอดเรือทั้ง 3 เขต ให้เลื่อนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 18.00 น. เท่านั้น ยกเว้นกรณีจำเป็น
          เพื่อการขนถ่ายสินค้า หรือเพื่อเปิดท่าให้แก่เรืออื่น หรือความจำเป็นอื่น ซึ่งกองนำร่องจะพิจารณาเป็นกรณีไป          
          แต่ถ้าเป็นการเลื่อนเรือภายในเขตท่าเขตที่ 1 หรือระหว่างเขตที่ 1 กับ เขตที่ 2 เหนือท่า 21E ขึ้นไปจนสุดเขต
          จะจัดบริการนำร่องให้ตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไป
ข้อ 12     กรณีที่ต้องใช้นายท่าผู้ทรงคุณวุฒิของท่า ตามที่ระบุไว้ในประกาศกรมเจ้าท่า ก็ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้กระทำไว้กับกรมเจ้าท่า


                                                            หมวด 3
                                                     การขอใช้บริการนำร่อง


ข้อ 13     การขอใช้บริการนำร่อง ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ Application For Pilotage ที่กำหนดแนบท้ายระเบียบนี้
ถึงกองนำร่อง กรมเจ้าท่า ในกรณีจำเป็นอาจแจ้งทางโทรศัพท์ หรือทางวิทยุได้แล้วเป็นหนังสือตามไปในโอกาสแรก

13.1  เรือขนาดธรรมดา (ORDINARY VESSELS) ให้แจ้งถึงกองนำร่องล่วงหน้า ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ ดังนี้
          13.1.1 ถ้าต้องการผ่านเข้าร่องน้ำสันดอนฯ ภายในเวลา 18.00 น. ของวันใดต้องแจ้งภายในเวลา 13.00 น.
                      ของวันก่อน
          13.1.2 ถ้าต้องการผ่านเข้าร่องน้ำสันดอนฯ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ของวันใดต้องแจ้งภายในเวลา 13.00 น.
                      ของวันนั้น
          13.1.3 ถ้าต้องการผ่านออกร่องน้ำสันดอนฯ หรืเลื่อนที่จอด ภายในเวลา 16.00 น. ของวันใดต้องแจ้งภายใน
                      เวลา 13.00 น. ของวันก่อน
          13.1.4 ถ้าต้องการผ่านออกร่องน้ำสันดอนฯ หรืเลื่อนที่จอด ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ของวันใดต้องแจ้ง
                      ภายในเวลา 13.00 น. ของวันนั้น
13.2  เรือขนาดใหญ่พิเศษ (SUPPER VESSELS)
            13.2.1 ต้องแจ้งเป็นหนังสือถึงกองนำร่อง เพื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นเสนอต่อกรมเจ้าท่า                        
เพื่อขอรับความเห็นชอบล่วงหน้าก่อนกำหนดที่เรือนั้นจะผ่านร่องน้ำสันดอนฯ เข้ามาไม่น้อยกว่า 7 วัน
พร้อมรายละเอียดของเรือขนาดใหญ่พิเศษ (SUPPER VESSELS) ตามรายการที่กำหนด ดังนี้
                        ก. ชื่อเรือ รหัสย่อชื่อเรือ สัญชาติ และปีที่สร้าง
                        ข. ชั้นของเรือ (CLASSIFICATION) และประเภทของเรือ(TYPE)
                        ค. ความเร็วบังคับเรือ ( MANOUEVERING SPEED ) และความเร็วเดินทะเล ( SEA SPEED )
                        ง. ระวางขับน้ำเป็นตันกรอสส์ ( GROSS TONNAGE ) ตันเนท ( NET TONNAGE ) และตันเวท
                           (DEAD WIEGHT TONNAGE)
                        จ. ขนาดเรือ ความยาวตลอดลำ ( L.O.A. ) ความยาวตั้งฉาก ( lL.B.P. ) และความกว้าง ( BREADTH )
                            อัตรากินน้ำลึกหัวและท้าย
                        ฉ. กำหนดเวลาถึงสถานีนำร่อง และเวลาผ่านเข้าร่องน้ำสันดอนฯ
                        ช. ท่าเรือตำบลซึ่งเรือนั้นประสงค์จะเทียบหรือทอดจอด
                        ฃ. ชื่อผู้ดูแลเรือ หรือผู้จัดการเรือ ( SHIP'S HUSBAND OR MANAGING OWNER ) ขณะเรือนั้น
                            อยู่ในเขตท่าเรือกรุงเทพฯ
                        ฌ. ชื่อบริษัทประกันภัยหรือตัวแทนสโมสร พี แอนด์ ไอ ของเรือนั้น ในประเทศไทย
                        ญ. ชื่อบริษัทตัวแทนเรือ หรือตัวแทนเจ้าของเรือ
                        ฎ. ชื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ( PERSON IN CHARGE ) ของตัวแทนเรือ ในการติดต่อประสานงานเมื่อมี
                            การนำเรือผ่านสันดอนฯ เข้า ผ่านสันดอนฯ ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือ
            13.2.2 ก่อนถึงกำหนดเวลาผ่านร่องน้ำสันดอนฯ เข้า 2 วัน ให้แจ้งยืนยันกองนำร่อง ถึงกำหนดเวลาผ่านร่องน้ำสันดอนฯ
                         เข้าอีกครั้ง เพื่อจัดเจ้าพนักงานนำร่องผู้เชี่ยวชาญ นำร่องเรือดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ
            13.2.3 กำหนดเวลาที่เรือนั้นจะผ่านเข้าร่องน้ำสันดอนฯ ที่แน่นอนให้ปฏิบัติตามข้อ 13.1 โดยอนุโลม
            13.2.4 การแจ้งขอให้เรือเข้าจอดเทียบท่าเรือเอกชนใด ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของท่านั้นๆ และหากจำเป็น
                         ต้องอาศัยสิทธิจากท่าข้างเคียง ในการผูกเชือกเรือหรือเรือที่เข้าเทียบยื่นล้ำหน้าท่าของผู้อื่นต้องมี
                        หนังสือยินยอม ของเจ้าของท่า นั้นๆ มาแสดง
            13.2.5 ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอความสะดวกให้เรือแล่นผ่านได้
            13.2.6 ต้องมีหลักฐานแสดงว่าเรือนั้นเป็นเรือใหม่ ได้รับการจัดชันเรือจากสถาบันลอยด์ ( LLOYD ) ในชั้น 100A 1
                        หรือสถาบันอื่นที่เทียบเท่า และมีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี ความใน 13.2 นี้ ไม่มีผลบังคับแก่
                        เรือที่ได้รับอนุญาตเป็นการถาวรจากกรมเจ้าท่า ให้เรือเป็นสายประจำมาก่อนแล้ว
13.3   พึงทราบด้วยว่า เหตุผลความปลอดภัย การกำหนดเวลาในการนำร่องเรือเข้า - ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือ
            กองนำร่องสงวนสิทธิ์ ที่จะเป็นผู้กำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรทุกครั้งและในกรณีผู้แจ้งขอใช้บริการนำร่อง ไม่สามารถ
            แจ้งความจำนงภายในกำหนด เวลาดังกล่าวข้างต้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าถึงเจ้าพนักงาน
            นำร่องผู้นำร่อง หรือกองนำร่องในระยะเวลาอันสมควร กรมเจ้าท่าจะไม่รับผิดชอบในการที่เรือจะต้องเสียเวลาอัน
            เนื่องจากการจัดเจ้าพนักงานนำร่องเพื่อการนั้น
ข้อ 14     เจ้าของท่าเทียบเรือ หรือผู้ประกอบกิจการท่าเรือสินค้า ต้องรับผิดชอบเตรียมท่าให้พร้อมตามประกาศกรมเจ้าท่า
ที่ 88/2515 เรื่อง การนำเรือต่างประเทศเข้าเทียบท่า และออกจากเทียบ ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2515
ข้อ 15     ในเวลาทำการนำร่องเรือเช้า -ออก หรือเลื่อนที่จอดเรือทุกครั้งผู้ขอใช้บริการต้องจัดให้มีผู้แทนที่มีอำนาจเป็น
ผู้ติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานนำร่อง ผู้ปฏิบัติหน้าที่นำร่องเรือลำนั้น เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
ข้อ 16     เจ้าของเรือหรือตัวแทนเรือที่ขอใช้บริการนำร่องต้องรับผิดชอบในการจัดการสิ่งต่อไปนี้
16.1  พาหนะในการ รับ-ส่ง เจ้าพนักงานนำร่องที่เหมาะแก่ฐานะ ระหว่างสำนักงานนำร่อง หรือที่พักกับเรือใหญ่
          ทั้งทางบกและทางน้ำ
16.2   บริการ รับ-ส่ง เชือกระหว่างเรือใหญ่กับที่จอดเรือ สำหรับท่าเรือที่ไม่มีบริการนี้
16.3   เรือลากจูง ( TUG BOAT ) ให้เป็นไปตามประกาศกรมเจ้าท่า เรื่องข้อกำหนดการใช้เรือลากจูง ( TUG BOAT )
          เขตท่าเรือกรุงเทพฯ
16.4  ให้วางมัดจำค่าจ้างนำร่องเป็นการล่วงหน้าเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันจากธนาคารหรือเงินสด หรือแคชเชียร์เช็ค
          ตามอัตราค่ามัดจำที่กองนำร่องกำหนด และให้ไว้ที่กองนำร่อง กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่ากำหนด
16.5   ค่าจ้างนำร่องเมื่อเสร็จภารกิจการนำร่องแล้ว ให้ชำระค่าจ้างนำร่อง ที่กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่กรมเจ้าท่า
          กำหนดในโอกาสแรก แต่ต้องไม่เกิน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับใบแจ้งให้ชำระค่าจ้างนำร่อง
ข้อ 17     บริษัทตัวแทนเรือ เจ้าของเรือและนายเรือพึงทราบว่า เรือที่เคลื่อนเดินเข้า - ออก ในเขตท่าเรือกรุงเทพฯ
ซึ่งบังคับให้ใช้ผู้นำร่องของรัฐบาลนั้น กฎหมายมิได้ให้ผู้นำร่องมีอำนาจเหนือนายเรือแต่อย่างใด ผู้นำร่องมีหน้าที่
ช่วยเหลือนายเรือ หรือเข้าทำหน้าที่แทนนายเรือเฉพาะในเรื่องการเดินเรือและการบังคับให้เคลื่อนเดินไปอย่างปลอดภัย
และนายเรือยังคงมีอำนาจที่จะระงับคำสั่งการของผู้นำร่องหรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกหรือคำแนะนำของผู้นำร่องก็ได้
ถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยหรือจะทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดความเสียหายขึ้นได้


                                                          หมวด 4
                                                     การติดต่อสื่อสาร

ข้อ 18     ให้เรือที่มีวิทยุสื่อสาร VHF ติดต่อกับสถานีนำร่อง หรือสื่อสารกองนำร่องเพื่อทราบกำหนดการต่างๆ ตามสมควร
ข้อ 19     การสื่อสารเพื่อการนำร่อง
19.1  ระหว่างเรือต่อเรือ และท่าเทียบเรือใช้ข่าย VHF ช่อง 13 (ความถี่ 156.650 MHz)
19.2  สถานีนำร่อง (นามเรียกขาน "นร") และสื่อสารกองนำร่อง (นามเรียกขาน "จท.") ใช้ข่าย VHF ช่อง 14
          (ความถี่ 156.700 MHz) หรือช่อง 16 (ความถี่ 156.800 MHz)
19.3  ทั่วไปใช้ VHF ช่อง 16 (ความถี่ 156.800 MHz) เป็นข่ายฟังและการเรียกขาน


ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2541

(ลงชื่อ) จงอาชว์ โพธิสุนทร
(จงอาชว์ โพธิสุนทร)
อธิบดีกรมเจ้าท่า