Marine Department
   
 
 
    

อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าอันตราย

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างอุบัติเหตุจากสารอันตราย
- การแผ่รังสีความร้อนของสาร (Heat radiation)
- การได้รับพิษจากสาร (Intoxication)
- การบาดเจ็บจากสารกัดกร่อน (Corrosive / caustic injunes)
- การกระเด็นของชิ้นส่วนที่เป็นเศษ ชิ้นส่วนของภาชนะบรรจุจากการระเบิด สะเก็ด (Splinters)
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง (Pressure wave)
- ความเย็นจัด (Chilling)
- การขาดออกซิเจน (Oxygen deficiency)
- ผลคุกคามต่อสภาพแวดล้อมจากการปนเปื้อนของสาร (Environmental threat)

ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

1. วัตถุระเบิด (Eeplosive substances)
 

อันตราย
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- การกระเด็นของสะเก็ดระเบิด
- การแผ่รังสีความร้อนจากไฟไหม้

2. ก๊าซ (Gases)
2.1 ก๊าซไวไฟ (Flammable gas)
อันตราย
- การกระเด็นของชิ้นส่วนภาชนะบรรจุจากการระเบิดของภาชนะ
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- ความเย็นจัด
- การแผ่รังสีความร้อนจากการติดไฟ

ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
- ระดับ 3 โดยสวมชุดป้องกันความเย็นจัดทับ สำหรับก๊าซที่ควบแน่นได้

2.2 ก๊าซอัดและไม่ติดไฟ (Non-flammable compressed gases)
    อันตราย
- การกระเด็นของชิ้นส่วนภาชนะบรรจ
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
  2.3 ก๊าซพิษ (Toxic gas)
    อันตราย
- การกระเด็นของชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- ความเย็นจัด
- การได้รับพิษจากควันและไอพิษ
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 3 โดยสวมชุดป้องกันความเย็นจัดทับ สำหรับก๊าซที่ควบแน่นได้
3. ของเหลวไวไฟ (Flammable liquid)
   

อันตราย
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อติดไฟ
- ผลคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนของสาร
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- การกระเด็นของชิ้นส่วนภาชนะบรรจุ
แรงอัดจากคลื่นความดันอากาศและการกระเด็นของชิ้นส่วนของภาชนะบรรจุจะเกิดขึ้นจากการระเบิด ในกรณีที่ของเหลวไวไฟนั้นเกิดอุบัติเหตุในสถานที่ปิดเท่านั้น เช่น ในอาคาร หรือในสถานที่มีการระบายอากาศน้อย

      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1 สำหรับดับไฟ และช่วยชีวิตผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ
- ระดับ 2 สำหรับเข้าปฏิบัติงานอุดรอยรั่วไหล (ในกรณีที่ไม่มีไฟ)
การเข้าปฏิบัติงานในกรณีที่ของเหลวไวไฟหกรั่วไหล ผู้กู้ภัยจะต้องไม่นำหรือสวมิสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟ เช่น เช็มขัดโลหะ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เพราะจะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้
4. ของแข็งไวไฟ (Flammable solids)
  4.1 ของแข็งไวไฟ (Flammable solids)
    อันตราย
- การได้รับพิษจากสารเมื่อเกิดไฟไหม้ เช่น กำมะถัน (sulphur) เมื่อเกิดไฟไหม้จะให้ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (so2) ซึ่งเป็นก๊าซพิษ
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อติดไฟ สารพวกโลหะเมื่อติดไฟจะให้เปลวไฟที่มีความร้อนสูง
- การระเบิดของฝุ่นละอองและพวกโลหะที่ติดไฟ
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
  4.2 ของแข็งที่ลุกไหม้ได้เอง (Spontaneously combustible substances)
    อันตราย
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อเกิดการลุกไหม้
- การได้รับพิษจากสารเมื่อมีการลุกไหม้ เช่น ฟอสฟอรัสขาวเมื่อติดไฟจะให้ก๊าซพิษ
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
  4.3 สารเมื่อเปียกน้ำจะให้ก๊าซที่ติดไฟได้ (Substances emitting flammable gases when wet)
    อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อติดไฟ โลหะบางตัว เช่น โซเดียม ทำปฏิกิริยากับน้ำจะให้ก๊าซไฮโดรเจนซึ่งเป็นก๊าซไวไฟ
- การกระเด็นของชิ้นส่วนจากการระเบิด (เฉพาะในสถานที่ปิดเช่น ในอาคาร)
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง (เฉพาะในสถานที่ปิด)
- การได้รับพิษจากสารที่ทำปฏิริริยากับน้ำ สารบางตัว เช่น Ferrosilicon เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำจะให้ก๊าซพิษ เช่น ก๊าซฟอสฟีน (Phosphing)
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
5. สารเติมออกซิเจนและสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ (Oxidizing substances and Organic peroxides)
  5.1 สารเติมออกซิเจน (Oxidizing substances)
สารเติมออกซิเจนเมื่อลุกไหม้จะให้ก๊าซออกซิเจน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้เกิดเปลวไฟ และถ้าเกิดในสถานที่ปิด เช่น ในอาคาร จะเกิดการระเบิดได้
    อันตราย
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อทำปฏิกิริยากับสารที่ติดไฟได้
- การกระเด็นของชิ้นส่วนจากการระเบิด
- แรงผลักดันของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- การได้รับพิษจากควันพิษ (ควันที่เกิดจากเพลิงไหม้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิษ)
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
สำหรับการดับไฟ
- ระดับ 2 สำหรับการกู้ภัยภายในสถานที่ปิด เช่น ภายในอาคาร (ไม่มีไฟ)
- ระดับ 3 สำหรับการกู้ภัยในที่โล่งภายนอกอาคาร (ไม่มีไฟ)
  5.2 สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ (Organic peroxides)
สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ จะแตกตัวให้ก๊าซออกซิเจนได้ด้วยตัวมันเอง
    อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- การแผ่รังสีความร้อนของสารเมื่อติดไฟ
- แรงผลักของอากาศธาตุอย่างรุนแรง
- การกระเด็นของสะเก็ดระเบิด
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1
สำหรับการดับไฟ
- ระดับ 2 สำหรับการกู้ภัยภายในสถานที่ปิด เช่น ภายในอาคาร
- ระดับ 3 สำหรับการกู้ภัยในที่โล่งภายนอกอาคาร
6. สารพิษ (Toxic Substances)
  6.1 สารพิษ (Toxic Substances)
    อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ผลคุกคามต่อสภาพแวดล้อมจากการปนเปื้อนของสาร
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 2
  6.2 สารที่ทำให้ติดเชื้อ (Infectious substances)
    อันตราย
- การได้รับพิษจากสาร
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 2
7. สารกัมมันตรังสี (Radio-active substances)
    อันตราย
- การแผ่รังสีของสาร
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 1 และต้องพยายามหาที่กำบังในการเข้ากู้ภัย
8. สารกัดกร่อน (Corrosive substances)
สารกัดกร่อนจะทำปฏิกิริยากับโลหะหรือสารอินทรีย์ จะให้ก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งเป็นก๊าซไวไฟ และก๊าซพิษ เช่น ก๊าซคลอรีน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และถ้าการหกรั้วไหลเกิดในอาคารจะเกิดการสะสมของก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งอาจเกิดการระเบิดหรือติดไฟได้
    อันตราย
- การบาดเจ็บจากการกัดกร่อนของสาร
- ผลคุกคามต่อสภาพแวดล้อมจากการปนเปื้อนของสาร
- การได้รับพิษจากไอของสารที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์
-การแผ่รังสีความร้อนเมื่อมีการลุกไหม้
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ 2 เมื่อเข้ากู้ภัยในสถานที่ปิด เช่น ภายในอาคาร
- ระดับ 3 เมื่อกู้ภัยในที่โล่ง
9. สารอันตรายเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous dangerous substances)
    อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคุณสมบัติของสารแต่ละชนิด
      ระดับชุดป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ระดับ
1

ที่มา แผนกสินค้าเคมี ท่าเรือรุงเทพฯ การท่าเรือแห่งประเทศไทย

 
Marine Department